สวนแม่ฟ้าหลวง

ที่นี่คือสวนสวยที่สุดของเมืองเชียงรายที่การันตีด้วยรางวัลพาตา โกลด์ อวอร์ด (PATA Gold Award) ประเภทรางวัลการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว จากสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเอเชีย-แปซิฟิก โดยมีเนื้อที่ราว 30 ไร่ ตั้งอยู่ด้านหน้าพระตำหนักดอยตุง ทั้งนี้ สวนแม่ฟ้าหลวงเกิดขึ้นตามพระราชดำริของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ที่ต้องการให้คนไทยได้เห็นความสวยงามของไม้ดอกเมืองหนาว


พิพิธภัณฑ์และศูนย์ฝึกอบรมการแพทย์แผนไทย

หากสนใจเรื่องแพทย์แผนไทยต้องการนวดผ่อนคลายหรือกำลังหาที่เรียนด้านแพทย์โบราณและการนวด “พิพิธภัณฑ์และศูนย์ฝึกอบรมการแพทย์แผนไทย” ในสังกัดกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกกระทรวงสาธารณสุขตอบโจทย์ความต้องการเหล่านั้นพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นอาคารทรงไทย 3 ชั้นแบบเครื่องก่อ 9 หลัง


ดอยผาตั้ง

เสน่ห์ของดอยผาตั้งไม่เพียงมีธรรมชาติแห่งดอยและทิวเขาที่สวยงามเท่านั้น หากที่นียังเต็มไปด้วยเรื่องราวของวิถีชีวิตจากหมู่บ้านชาวจีนฮ่อ ม้ง และเย้า โดยเฉพาะชาวจีนฮ่อนั้น พวกเขาเคยเป็นส่วนหนึ่งของกองพล 93 ที่อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่บนดอยผาตั้งแห่งนี้ ที่นี่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 1,800 เมตรและเป็นแหล่งปลูกผลไม้เมืองหนาวมากมาย อาทิเช่น บ๊วย ลูกท้อ สาลี่ แอปเปิ้ล รวมทั้งชา ยิ่งกว่านั้นในช่วงเดือนธันวาคมถึงมกราคม บนยอดดอยจะสะพรั่งด้วยสีชมพูจากดอกนางพญาเสือโคร่งที่บานในช่วงนั้น ครั้นถึงเดือนกุมภาพันธ์ ที่นี่จะถูกแรระบายเป็นสีขาวจากดอกเสี้ยวป่าที่อวดช่อดอกงดงามอีกเช่นกัน โดยไฮไลท์ของการเที่ยวดอยผาตั้งนั้นมักอยู่ที่การชมวิวจากจุดชมวิวช่องผาบ่อง ในระดับความสูงที่ 1,635 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลางซึ่งสามารถมองเห็นแม่น้ำโขงทอดตัวคดเคี้ยวในฝั่งลาว และยังเป็นจุดชมทะเลหมอก ที่สวยงาม รวมทั้งยังสามารถมองเห็นยอดภูชี้ฟ้าที่ห่างออกไปอีกราวๆ 25 กิโลเมตรได้อย่างน่าประทับใจ


หนองบัว

จะถือว่าสถานที่แห่งนี้เป็นหัวใจของจังหวัดหนองบัวลำภูเลยก็ว่าได้ แค่ชื่อจังหวัดก็สามารถบรรยายจนเห็นเป็นภาพได้แล้วว่าจังหวัดแห่งนี้ต้องเป็นจังหวัดที่มีหนองน้ำที่เป็นสถานที่สัญลักษณ์ประจำจังหวัดที่มีวิวทิวทัศน์ที่น่าหลงใหลเป็นแน่แท้ แค่ชื่อจังหวัดก็สามารถทำให้จินตนาการภาพได้แล้วดังนั้นเมื่อได้ไปหนองบัวลำภูก็ต้องไปเยือนหนองบัวอันเป็นหนองน้ำแห่งจังหวัดนี้


สวนรุกขชาติห้วยแก้ว

แหล่งรวบรวมพันธุ์ไม้นานาชนิดกลางเมืองเชียงใหม่ที่ไม่เพียงเปิดให้นักท่องเที่ยวได้ศึกษาหาความรู้เท่านั้น หากยังเป็นสวนสาธารณะที่ร่มรื่นไปด้วยหมู่ไม้นานาพันธุ์ที่เหมาะสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจ สวนรุกขชาติห้วยแก้วแห่งนี้จัดตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2456 เพื่อเป็นที่ทดลองปลูกไม้สีเสียดแก่น ต่อมาสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 กองทัพญี่ปุ่นได้เข้ามาตั้งฐานทัพบริเวณนี้ และได้ตัดเอาไม้สีเสียดแก่นไปใช้


เหมืองแม่เมาะ

จากแหล่งถ่านหินซึ่งได้มีการค้นพบเมื่อพ.ศ. 2460 มีปริมาณถึง 630 ล้านตันและมีอายุประมาณ 40 ล้านปี สู่การเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เปิดให้ประชาชนคนทั่วไปได้เข้าไปเยี่ยมชมศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับเรื่องราวของถ่านหิน ทั้งนี้ พื้นที่เหมืองทั้งหมดมีประมาณ 20,000 ไร่ สามารถใช้ได้อีกประมาณ 50 ปี และบริเวณเหมืองยังมีโรงไฟฟ้าที่ใช้ถ่านหินชนิดนี้เป็นเชื้อเพลิงตั้งอยู่อีกหลายแห่ง


วัดพญาวัด

วัดเก่าแก่ที่มีความน่าสนใจซุกซ่อนอยู่มากมายไม่ว่าจะเป็นองค์พระเจดีย์ศิลาแลงที่สร้างในสมัยพระนางจามเทวี ดูคล้ายเจดีย์กู่กุดของลำพูน โดยเป็นทรงซุ้มสี่เหลี่ยมซ้อนกัน 5 ชั้น แต่ละชั้นประดิษฐานพระพุทธรูปยืนที่ได้รับอิทธิพลจากศิลปะสุโขทัย ต่อมาได้รับการบูรณะอีกครั้งในสมัยพระเจ้าติโลกราช โดยได้สร้างยอดซุ้มก่ออิฐวงโค้งขึ้นอันเป็นศิลปะแบบเชียงใหม่ที่แสดงให้เห็นถึงการเข้ามามีอิทธิพลเหนืออาณาจักรน่าน


วังเจ้าเมืองพัทลุง (วังเก่า-วังใหม่)

วังเจ้าเมืองพัทลุง ตั้งอยู่ที่ถนนอภัยอภิรักษ์ ตำบลลำปำ อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 6 กิโลเมตร ในอดีตวังแห่งนี้เคยใช้เป็นสถานที่ว่าราชการและเป็นที่พักอาศัยของเจ้าเมืองพัทลุง มีความสวยงามโดดเด่น ปัจจุบันถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัด


พระธาตุดอยปูเข้า

วัดแห่งนี้ตั้งอยู่ริมแม่น้ำรวกบนดอยเล็กๆ ที่มีชื่อว่า ดอยเชียงเมี่ยง และเพราะความเก่าแก่ของวัด ที่มีประวัติความเป็นมาอันยาวนาน จึงได้มีการจดทะเบียนให้เป็นโบราณสถานสำคัญอีกแห่งหนึ่งคู่จังหวัดเชียงราย น่าชม • พระวิหารที่มีอายุกว่าพันปี ซึ่งภายในประดิษฐานพระพุทธรูปหลายองค์ รวมทั้งพระเจ้าเชียงแสนองค์ใหม่ที่สร้างขึ้นภายหลัง • พระพุทธรูปพระเจ้าเชียงแสนองค์เก่าที่อยู่คู่วัดแห่งนี้มาตั้งแต่อดีต ประดิษฐานอยู่นอกพระวิหาร ซึ่งปัจจุบันเหลือเพียงพระวรกายบางส่วนให้ได้กราบสักการะบูชาเท่านั้น • พระธาตุดอยปูเข้า บนยอดดอยเชียงเมี่ยง ซึ่งปัจจุบันเหลือให้เห็นเพียงซากปรักหักพังเท่านั้น และดอยเชียงเมี่ยงแห่งนี้ยังเป็นจุดที่สามารถชมวิวทิวทัศน์งดงามของสามเหลี่ยมทองคำซึ่งเป็นรอยต่อชายแดน3ประเทศ ได้แก่ ไทย ลาว และเมียนมาร์


สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง

สถานีเกษตรหลวงอ่างขางเป็นสถานีวิจัยแห่งแรกของโครงการหลวง จัดตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2512 ตามพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่มีพระราชประสงค์ให้ชาวไทยภูเขาที่อาศัยอยู่ตามดอยต่างๆ ทางภาคเหนือเลิกการปลูกฝิ่นและทำไร่เลื่อนลอยอันเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ป่าไม้และต้นน้ำลำธารของประเทศถูกทำลาย สถานีเกษตรหลวงอ่างขางเป็นสถานีที่ทดลอง ค้นคว้าวิจัยพืชเมืองหนาวเพื่อนำผลการทดลอง ค้นคว้าและวิจัยไปส่งเสริมให้ชาวไทยภูเขาในพื้นที่ปลูกทดแทนฝิ่น สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง มีพื้นที่ใช้ทำการเกษตรในงานวิจัยประมาณ 1,800 ไร่ มีหมู่บ้านชาวเขาที่ทางสถานีเกษตรให้การส่งเสริมและพัฒนาอาชีพ สถานีเกษตรอ่างขางมีจุดท่องเที่ยวที่หลากหลายได้แก่ เรือนดอกไม้ สวนบอนไซ โรงงานชา สวนไผ่ ศูนย์ข้อมูล สวน 80 สวนคำดอย สวนหอม กุหลาบอังกฤษ สวนสมเด็จ แปลงไม้ผล โรงเรือนรวบรวมพันธุ์ผักเมืองหนาว แปลสาธิตไม้ดอก โรงเรือนกุหลาบตัดดอก พระธาตุดอยอ่างขาง บ้่านขอบด้ง บ้านนอแล บ้านคุ้ม บ้านหลวงและจุดชมวิวระหว่างเดินทางไปหมู่บ้านขอบด้งเป็นจุดที่สามารถชมพระอาทิตย์ขึ้น พระอาทิตย์ตกและทะเลหมอกได้ นอกจากนี้ภายในสถานีฯ ยังมีกิจกรรมท่องเที่ยวน่าสนใจหลากหลายอาทิเช่น ปั่นชมแปลงเกษตรภายในสถานีฯในช่วงฤดูหนาวช่วยเพิ่มความสนุกสนานน่าตื่นเต้นในการเที่ยวชม การขี่ล่อเที่ยวชมสถานีฯเส้นทางศึกษาธรรมชาติและดูนก จุดท่องเที่ยวอื่นๆ และลานกางเต๊นท์ไว้บริการนักท่องเทียว