สธ. เผย ไทยติด 1 ใน 14 ประเทศเจ้าปัญหาผู้ป่วยวัณโรคชุก แถมดื้อยา ติดเอชไอวี  ขอคนไทยร่วมยุติวัณโรค เน้น 7 กลุ่มเสี่ยง เมื่อวันที่ 12 มี.ค.ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.สาธารณสุข พร้อมด้วยนพ.เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค ศ.เกียรติยศ นพ.สงคราม ทรัพย์เจริญ ผู้แทนสมาคมปราบวัณโรคแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์

และ Dr.Daniel Kertesz ผู้แทนองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย ร่วมกันแถลงข่าวเนื่องในวันวัณโรคสากล ซึ่งตรงกับวันที่ 24 มี.ค. นพ.ปิยะสกล กล่าวว่า วัณโรคเป็นโรคระบาดที่เป็นปัญหาในหลายๆ ประเทศทั่วโลกซึ่งประเทศไทยก็จัดเป็น 1 ใน 14 ประเทศที่มีปัญหาผู้ป่วยมากกว่า 1.2 แสนคน ปัญหาวัณโรคดื้อยาหลายขนาน และปัญหาในผู้ติดเชื้อเอชไอวี จึงมีความจำเป็นที่ทุกคน ไม่เฉพาะบุคลากรสาธาณรสุขเท่านั้นที่ต้องร่วมมือกันยุติวัณโรคให้ได้ ซึ่งเชื่อว่าหากคนไทยร่วมมือกันแล้วไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้ ซึ่งขณะนี้ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ก็ได้ประกาศให้การยุติวัณโรคเป็นวาระของชาติ ปี 2560-2564 โดยตั้งเป้าว่าจะต้องค้นหาผู้ป่วยให้ครอบคลุมเท่ากับหรือมากกว่าร้อยละ 90 และมีอัตราการรักษาโรคสำเร็จไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 เน้นใน 7 กลุ่มเสี่ยงคือ ผู้สัมผัสร่วมบ้าน ผู้ต้องขังในเรือนจำ บุคลากรสาธารณสุข ผู้ติดเชื้อเอชไอวี ผู้ป่วยเบาหวาน ผู้สูงอายุ และแรงงานข้ามชาติ

“อาการของวัณโรคคือไอติดต่อกันนานเกิน 1 เดือน ไข้เรื้อรัง อ่อนเพลีย น้ำหนักลด ผู้สูงอายุจะเหงื่อออกตอนกลางคืน และหากเป็นผู้ป่วยเบาหวานต้องรีบมาพบแพทย์ เพราะวัณโรคหากค้นพบ ก็จบด้วยหาย แต่ปัญหาคือต้องรักษาให้เร็วและต่อเนื่อง หากปล่อยไว้อาจจะเกิดการดื้อยาได้ ซึ่งถ้ารักษาเร็วค่ารักษาแค่หลักพันบาท แต่ถ้าดื้อยาแล้วค่าใช้จ่ายจะพุ่งไปถึงหลักแสนบาท บางคนเป็นล้านบาท” นพ.ปิยะสกล กล่าว. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews